ตัวอย่างงบการเงินร้านอาหาร ภาพสเก็ตช์สมุดบัญชี เครื่องคิดเลข และจานอาหาร

ตัวอย่างงบการเงินร้านอาหาร ขายดีแต่เงินไม่เหลือ ต้องดูตรงไหน

ร้านอาหารมียอดขายทุกวัน แต่พอถึงสิ้นเดือนกลับเหลือเงินไม่มาก ปัญหาอาจเกิดจากต้นทุนวัตถุดิบ ค่าแรง ค่าเช่า หรือเงินที่จ่ายซื้ออุปกรณ์ การดูยอดขายเพียงอย่างเดียวจึงยังตอบไม่ได้ว่าร้านมีกำไรเท่าไร

บทความนี้พาดูตัวอย่างงบการเงินร้านอาหารแบบย่อ พร้อมวิธีอ่านตัวเลข เพื่อช่วยให้เจ้าของร้านเห็นทั้งผลประกอบการและฐานะการเงินได้ชัดขึ้น

งบการเงินร้านอาหารต้องดูอะไรบ้าง

สำหรับกิจการที่ใช้มาตรฐาน TFRS for NPAEs งบการเงินที่สมบูรณ์ประกอบด้วยงบแสดงฐานะการเงิน งบกำไรขาดทุนหรืองบกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จ งบแสดงการเปลี่ยนแปลงส่วนของเจ้าของ และหมายเหตุประกอบงบการเงิน ส่วนงบกระแสเงินสดไม่ได้เป็นข้อบังคับตามมาตรฐานฉบับนี้ แต่สามารถจัดทำได้

อ้างอิง: สภาวิชาชีพบัญชี — TFRS for NPAEs บทที่ 4

สำหรับเจ้าของร้านที่เริ่มอ่านบัญชี ควรเริ่มจากคำถามสองข้อ คือ “เดือนนี้ทำกำไรได้เท่าไร” และ “ตอนนี้ร้านมีทรัพย์สินกับหนี้สินเท่าไร”

ตัวเลขทั้งหมดต่อไปนี้เป็นข้อมูลสมมติสำหรับอธิบาย ไม่ใช่งบของร้านจริง และไม่ใช่งบการเงินฉบับสมบูรณ์สำหรับยื่นหน่วยงาน

ตัวอย่างงบกำไรขาดทุนร้านอาหาร

สมมติร้านอาหารแห่งหนึ่งมียอดขายในเดือนกันยายน 2569 จำนวน 500,000 บาท ตารางนี้เป็นรายงานบริหารแบบย่อ โดยแยกค่าแรงและค่าใช้จ่ายดำเนินงานออกจากวัตถุดิบ เพื่อให้เห็นต้นทุนแต่ละกลุ่มง่ายขึ้น และไม่นำ VAT มารวมคำนวณในตัวอย่าง

รายการ จำนวนเงิน (บาท)
รายได้จากการขายอาหารและเครื่องดื่ม 500,000
หัก ต้นทุนวัตถุดิบที่ใช้ 175,000
ส่วนต่างหลังหักวัตถุดิบ 325,000
เงินเดือนและค่าแรงพนักงาน 120,000
ค่าเช่าร้าน 40,000
ค่าน้ำ ค่าไฟ และแก๊ส 20,000
ค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มเดลิเวอรี 25,000
ค่าโฆษณาและส่งเสริมการขาย 10,000
ค่าเสื่อมราคาอุปกรณ์ 8,000
ค่าใช้จ่ายดำเนินงานอื่น 12,000
รวมค่าใช้จ่ายดำเนินงาน 235,000
กำไรจากการดำเนินงาน 90,000
หัก ดอกเบี้ยจ่าย 5,000
กำไรก่อนภาษีเงินได้ 85,000

จากตัวอย่าง ร้านมีรายได้ 500,000 บาท และเหลือกำไรก่อนภาษีเงินได้ 85,000 บาท คิดเป็น 17% ของรายได้

ตัวเลข 85,000 บาทยังไม่ใช่กำไรสุทธิหลังภาษี และไม่ใช่จำนวนเงินที่เจ้าของร้านสามารถถอนออกได้ทั้งหมด ส่วนการจัดหมวดต้นทุนในงบที่ใช้จริงต้องเหมาะกับลักษณะกิจการ เช่น ค่าแรงครัวบางส่วนอาจจัดเป็นต้นทุนขาย จึงไม่ควรนำส่วนต่างหลังหักวัตถุดิบในตารางนี้ไปเทียบกับอัตรากำไรขั้นต้นของร้านอื่นทันที

ต้นทุนวัตถุดิบไม่เท่ากับยอดซื้อทั้งเดือน

สมมติร้านมีวัตถุดิบต้นเดือน 30,000 บาท ซื้อเพิ่มสุทธิระหว่างเดือน 185,000 บาท และตรวจนับวัตถุดิบปลายเดือนเหลือ 40,000 บาท

วัตถุดิบที่ใช้ = วัตถุดิบต้นงวด + ซื้อสุทธิ − วัตถุดิบปลายงวด

ดังนั้น วัตถุดิบที่ใช้เท่ากับ 30,000 + 185,000 − 40,000 = 175,000 บาท

ตัวอย่างนี้สมมติว่าไม่มีรายการเบิกใช้ส่วนตัวหรือความสูญเสียผิดปกติที่ต้องแยกออกมา หากใช้ยอดซื้อ 185,000 บาทเป็นต้นทุนทั้งหมด จะทำให้ต้นทุนสูงกว่าตัวอย่างที่คำนวณจากการตรวจนับอยู่ 10,000 บาท

ในทางปฏิบัติ ควรมีใบตรวจนับและบันทึกของเสียแยกกัน เพื่อให้รู้ว่าวัตถุดิบหมดไปกับการขาย การหมดอายุ หรือการใช้งานส่วนอื่น

ตัวอย่างงบแสดงฐานะการเงินร้านอาหาร

ตารางต่อไปนี้แสดงยอดสมมติ ณ วันที่ 30 กันยายน 2569

รายการ จำนวนเงิน (บาท)
สินทรัพย์หมุนเวียน
เงินสดและเงินฝากธนาคาร 180,000
ลูกหนี้จากแพลตฟอร์มเดลิเวอรี 35,000
วัตถุดิบคงเหลือ 40,000
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน 255,000
สินทรัพย์ไม่หมุนเวียน
อุปกรณ์ครัวและเฟอร์นิเจอร์สุทธิ 345,000
รวมสินทรัพย์ 600,000
หนี้สินหมุนเวียน
เจ้าหนี้ค่าวัตถุดิบ 55,000
ค่าใช้จ่ายค้างจ่าย 25,000
เงินกู้ส่วนที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปี 60,000
รวมหนี้สินหมุนเวียน 140,000
เงินกู้ระยะยาวส่วนที่เหลือ 160,000
รวมหนี้สิน 300,000
ส่วนของเจ้าของ
ทุน 200,000
กำไรสะสม 100,000
รวมส่วนของเจ้าของ 300,000
รวมหนี้สินและส่วนของเจ้าของ 600,000

ตารางนี้สมดุลตามสมการ สินทรัพย์ = หนี้สิน + ส่วนของเจ้าของ

เพื่อเชื่อมกับตัวอย่างรายเดือน สมมติว่าร้านมีกำไรสะสมต้นเดือน 15,000 บาท กำไรเดือนนี้ 85,000 บาท ไม่มีภาษีเงินได้ของงวดและไม่มีการจ่ายปันผล จึงมีกำไรสะสมปลายเดือน 100,000 บาท ข้อสมมติเรื่องภาษีนี้ใช้เพื่อสาธิตเท่านั้น ไม่ใช่ข้อสรุปว่าร้านอาหารได้รับยกเว้นภาษี

แม้ร้านมีสินทรัพย์รวม 600,000 บาท แต่เงินสดและเงินฝากมีเพียง 180,000 บาท ส่วนที่เหลืออยู่ในลูกหนี้ วัตถุดิบ และอุปกรณ์ จึงไม่สามารถนำสินทรัพย์ทั้งหมดไปจ่ายค่าใช้จ่ายได้ทันที

ทำไมร้านมีกำไร แต่เงินสดยังลดลง

การบัญชีตามเกณฑ์คงค้างรับรู้รายการตามงวดที่เกิดขึ้น ซึ่งอาจต่างจากวันที่รับหรือจ่ายเงิน จึงทำให้กำไรกับเงินสดเคลื่อนไหวไม่เท่ากัน อ้างอิง: TFRS for NPAEs ย่อหน้า 3.3

ลองสมมติในอีกสถานการณ์หนึ่งว่า ร้านมีกำไร 85,000 บาท มีค่าเสื่อมราคา 8,000 บาท ซื้ออุปกรณ์ใหม่ด้วยเงินสด 100,000 บาท และจ่ายคืนเงินต้นกู้ 20,000 บาท โดยไม่มีภาษีและไม่มีการเปลี่ยนแปลงของลูกหนี้ สต็อก หรือเจ้าหนี้

เงินสดจะเปลี่ยนแปลงเท่ากับ:

85,000 + 8,000 − 100,000 − 20,000 = ลดลง 27,000 บาท

ค่าเสื่อมราคาเป็นค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่เงินสดจ่ายในงวดนั้น ส่วนการซื้ออุปกรณ์และคืนเงินต้นกู้ใช้เงินสด แต่ไม่ได้เป็นค่าใช้จ่ายทั้งจำนวนในงบกำไรขาดทุนของเดือนนั้น ตัวอย่างนี้จึงอธิบายได้ว่าร้านอาจมีกำไรพร้อมกับเงินสดลดลง

อ่านตัวเลขแล้วควรตรวจอะไรต่อ

จากตัวอย่างแรก ต้นทุนวัตถุดิบคิดเป็น 35% ของยอดขาย และค่าแรงคิดเป็น 24% ตัวเลขเหล่านี้เป็นผลคำนวณของร้านสมมติ ไม่ใช่เกณฑ์มาตรฐานสำหรับร้านอาหารทุกประเภท

เจ้าของร้านควรนำไปเปรียบเทียบกับเดือนก่อนและรูปแบบร้านของตนเอง เช่น หากสัดส่วนวัตถุดิบเพิ่มขึ้นทั้งที่เมนูและราคาขายเหมือนเดิม ควรตรวจราคาซื้อ ปริมาณต่อจาน และของเสีย หากยอดขายเดลิเวอรีเพิ่มขึ้น ควรดูค่าธรรมเนียมและค่าโปรโมชันของช่องทางนั้นควบคู่กัน

เอกสารที่ควรเตรียมก่อนทำบัญชีร้านอาหาร

  • รายงานยอดขายจากหน้าร้าน ระบบ POS และแพลตฟอร์มเดลิเวอรี
  • รายการเดินบัญชีธนาคารและสรุปเงินสดรับจ่าย
  • ใบเสร็จหรือใบกำกับภาษีค่าวัตถุดิบและค่าใช้จ่าย
  • ใบตรวจนับวัตถุดิบปลายเดือนและบันทึกของเสีย
  • รายการเงินเดือน ค่าแรง และหลักฐานการจ่าย
  • สัญญาเช่า เอกสารเงินกู้ และตารางชำระหนี้
  • เอกสารซื้ออุปกรณ์และทะเบียนสินทรัพย์

ควรจับคู่ยอดขายกับยอดรับเงินจริง และแยกเงินส่วนตัวออกจากเงินร้านตั้งแต่ต้น เพื่อให้ตรวจสอบส่วนต่างได้ง่ายขึ้น

หากต้องการจัดระบบบัญชีร้านอาหาร สามารถดูข้อมูลบริการได้ที่ รับทำบัญชี นนทบุรี โดยเตรียมข้อมูลช่องทางขาย รูปแบบกิจการ และเอกสารที่มีอยู่ เพื่อช่วยประเมินงานบัญชีให้ตรงกับร้าน

How useful was this post?

Click on a star to rate it!

Average rating 5 / 5. Vote count: 1

No votes so far! Be the first to rate this post.

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Scroll to Top